แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวดเข่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวดเข่า แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561


แท่นยืนคลายเส้นเพื่อสุขภาพ เก้าอี้มหัศจรรย์ บรรเทาอาการปวดขา ปวดฝ่าเท้า ปวดหลัง ปวดเอว คอ บ่า และไหล่ ช่วยยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากหินปูนและพังผืด คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อขารวมถึงกล้ามเนื้อหลังทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น การปวดเกร็งของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อยืดเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้า ข้อพับหัวเข่า สะโพกด้านหลังและส่วนที่ต่อกัน
คุณสมบัติ
- แป้นยืนกายภาพ แท่นยืนคลายเส้น ยืดเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้า ข้อพับหัวเข่า สะโพกด้านหลังและส่วนที่ต่อกัน
- ช่วยยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากหินปูนและพังผืด และคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อขารวมถึงกล้ามเนื้อหลัง
- ทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น การปวดเกร็งของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ รวมถึงเส้นเลือดขอดจะบรรเทาลงได้ การเคลื่อนไหวและการดำเนินชีวิตของผู้ใช้งานในอิริยาบทต่างๆจะดีขึ้นตามมา
- แท่นยืนยืดคลายเส้นเอ็น สามารถปรับได้ถึง 2 ระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยืดคลายเส้น
- สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 120 Kg.
- แท่นยืนคลายเส้นพับเก็บได้เพื่อประหยัดพื้นที่
- ทำในช่วงเวลาก่อนนอนและหลังตื่นนอนซึ่งเป็นช­่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพียงครั้งละ 5-15 นาที ในช่วงแรกๆจะรู้สึกปวดตึงที่น่อง แต่หากทำไปสักระยะ เส้นสายภายในร่างกายจะเริ่มผ่อนคลาย สบายตัว
- แท่นยืนยืดคลายเส้นเอ็น แป้นยืนกายภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยยืดเส้นยืดสายทำให้ช่วยบรรเทาอาการปว­ดเข่า ปวดน่อง ปวดหลัง ปวดคอ
- ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาตและลดการเป็นตะคริว เหน็บชา เมื่อใช้เป็นประจำจะทำให้อาการปวดเมื่อยหายไป
- เลือดลมไหลเวียนสะดวก ทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นจะถูกยืดคลายพร้อมที­่จะรองรับการทำงาน สบายตัวตลอดทั้งวัน
จัดส่งฟรีทั่วประเทศ 
ราคา 680 บาท

0

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

มาออกกำลังกายกันดีกว่า ท่าง่าย ๆ  เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการบริหารร่างกาย  เพื่อลดอาการปวดเมื่อย  เส้นตึง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแขน ปวดขา มาดูว่ามีท่าอะไรบ้าง


ท่าที่ 1 เหยียดคอ
1. เอียงศีรษะลงด้านซ้าย หรือด้านขวาก่อน พยายามให้ใบหูใกล้หัวไหล่มากที่สุด
ขาว : ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ซ้าย : ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
2. ก้มศีรษะพยายามให้คางจรดหน้าอก ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง


ท่าที่ 2 ยกแขน ยกแขนขึ้นด้านข้างเหนือศีรษะ หยุดประมาณ 2 วินาที แล้วดึงมือกลับวางบนที่วางแขน ขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง ซ้าย: ทำซ้ำ 10 ครั้ง ทำ 2 ข้างพร้อมกัน ทำซ้ำ 10 ครั้ง


ท่าที่ 3 กรรเชียง
นั่งตัวตรง เหยียดแขนซ้ายตรงไปข้างหน้า จากนั้นงอข้อศอก ดึงแขนกลับมาอยู่ข้างลำตัว
แขนขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง
แขนซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ทำสองแขนพร้อมกัน : ทำซ้ำ 10 ครั้ง


ท่าที่ 4 เหยียดหลัง นั่งแยกเข่า เอามือวางที่ด้านข้างทั้งสองของหัวเข่า จากนั้นค่อย ๆ เลื่อนมือลงไปจนถึงข้อเท้า แล้วเลื่อนกลับพร้อมยกลำตัวขึ้นตั้งตรง เข่าซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง เข่าขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง


ท่าที่ 5 เหยียดข้อเท้า กระดกข้อเท้าขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จากนั้นจิกปลายเท้าลงให้มากที่สุด ทำซ้ำๆ 20 ครั้ง หมุนข้อเท้าตาเข็มนาฬิกา 20 ครั้ง หมุนข้อเท้าทวนเข็มนาฬิกา 20 ครั้ง จะทำทีละข้างหรือสองข้างตามใจชอบ

ท่าที่ 6 เหยียดเข่า เหยียดเข่าขึ้นมาให้ตรง หยุดและเกร็ง แล้วดึงเท้ากลับวางบนพื้น ขวา: ทำซ้ำ 10 ครั้ง ซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 7 เตะเท้า เตะเท้าขึ้นลงโดยการเกร็งและงอเข่า ขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง ซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 8 นั่งสวนสนาม ยกเข่าขึ้นลงสลับกัน พยายามยกเข่าให้สูง ทำซ้ำ 10 - 15 ครั้

ท่าที่ 9 เหยียดน่อง มือสองข้างจับขอบโต๊ะหรือพนักเก้าอี้ ก้าวเท้าซ้ายถอยไปข้างหลัง 1 ก้าวยาว ให้เข่าซ้ายเหยียดตรงปลายเท้าตรงไปข้างหน้า ค่อย ๆ โน้มตัวไปข้างหน้า งอเข่าขวา พยายามให้ส้นเท้าซ้ายติดพื้นตลอดเวลา ขาขวา : ค้างไว้ 30 วินาที ทำซ้ำ 4 ครั้ง ขาซ้าย : ค้างไว้ 30 วินาที ทำซ้ำ 4 ครั้ง
ท่าที่ 10 เขย่งปลายเท้าสลับยืนบนส้น ยืนตัวตรง แยกเท้า 2 ข้าง มือข้างหนึ่งจับพนักเก้าอี้เพื่อช่วยพยุง ยืนเขย่งปลายเท้าค้างไว้เล็กน้อย แล้วลงกับที่เดิม จากนั้นยกปลายเท้าขึ้น ยืนบนส้น หยุดค้าง แล้วกลับที่เดิม ทำสลับกัน 10 ครั้ง

ท่าที่ 11 เหวี่ยงขาออกข้าง ยืนตัวตรงจับพนักเก้าอี้ ยกขาซ้ายออกไปด้านข้าง ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า เข่าเหยียด เอวตั้งตรงไม่เอียง ขาขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง ขาซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 12 ย่อเข่า ยืนจับพนักเก้าอี้ งอ (ย่อ) เข่าทั้งสองข้างลงในท่านั่งสบาย ให้หลังและศีรษะตั้งตรง โดยอยู่หลังปลายเท้า เหยียดเข่ายืนขึ้นสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 13 งอและเหยียดสะโพก ยืนจับพนักเก้าอี้ งอเข่าซ้ายยกขึ้นมาให้ใกล้หน้าอก พยายามอย่าให้ลำตัวงอ หย่อนขาซ้ายลง แล้วเหวี่ยงไปด้านหลัง ให้เข่าเหยียดตรง ดึงขากลับสู่ท่าเริ่มต้น ขาขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง ขาซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 14 โยกลำตัว ยืนแยกเท้ากว้างพอประมาณ โยกหรือเอียงลำตัวไปด้านขวา แล้วกลับมาด้านซ้าย สลับไปมาพยายามยืนให้ตรงที่สุดเท่าที่ทำได้ ทำซ้ำ 10 ครั้ง



ขอบคุณข้อมูล
นายแพทย์สมชาย ลี่ทองอิน
ผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข










0

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561




1. สมุนไพรและเครื่องเทศบางชนิ
เช่น ขิงและขมิ้นอาจมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยลดอาการปวดหรือติดแข็งบริเวณข้อต่อกระดูก แต่ขิงอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาวาร์ฟาริน หรืออาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย และแสบร้อนกลางอกได้ ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนการบริโภคเสมอ


 2. กรดไขมันโอเมก้า 3
อาจช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวดข้อต่อกระดูก และลดอาการติดแข็งบริเวณข้อในตอนเช้า โดยอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาซาดีน ปลาทูน่า และปลาแซลมอน


 3. เบตาแคโรทีน
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยขจัดสารอนุมูลอิสระที่อาจมีส่วนทำลายข้อต่อกระดูกต่าง ๆ โดยอาหารที่มีเบตาแคโรทีนสูง ได้แก่ แครอท แคนตาลูป ใบสะระแหน่ ผักปวยเล้ง และหน่อไม้ฝรั่ง


4. วิตามินซี
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงเอ็นข้อต่อ ผู้ป่วยข้ออักเสบควรบริโภควิตามินซีประมาณ 90 มิลลิกรัม/วันในเพศชาย และประมาณ 75 มิลลิกรัม/วันในเพศหญิง ตัวอย่างอาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ ส้ม สับปะรด ฝรั่ง บรอกโคลี มะเขือเทศ มะละกอสุก กะหล่ำปลี และดอกกะหล่ำ เป็นต้น


5. สารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid)
เช่น เควอซิทิน (Quercetin) และแอนโทไซยานิดิน (Anthocyanidins) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบคล้ายยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟน โดยอาหารที่มีไบโอฟลาโวนอยด์ ได้แก่ เชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ชาเขียว หัวหอม และมะเขือเทศ


6. น้ำมันมะกอก
อาจนำมาใช้ทดแทนไขมันชนิดอื่น ๆ เช่น น้ำมันจากเนย เพราะน้ำมันมะกอกปริมาณ 3.5 ช้อนโต๊ะ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ใกล้เคียงกับยาไอบูโพรเฟน 200 มิลลิกรัม หรือยาในกลุ่ม NSAIDs ได้ แต่ขณะเดียวกัน น้ำมันชนิดนี้ก็ให้พลังงานสูงถึง 400 แคลอรี่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเพิ่มน้ำหนักตัวได้ ผู้ป่วยจึงควรบริโภคน้ำมันมะกอกในปริมาณที่พอดี


7. วิตามินดี
ช่วยดูดซึมแคลเซียมและเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินได้ทางผิวหนังจากการรับแสงแดด โดยควรรับแสงแดดอ่อน ๆ แต่ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดจ้า หรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานานเกินไป นอกจากนี้ สามารถรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูงได้จากอาหารจำพวกนม ไข่ ปลาซาดีน และอาหารทะเล



0

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2561

ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากอะไร?
ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่คลุมอยู่บริเวณปลายข้อต่อหัวเข่าบางลงหรือผุลง จนปลายกระดูกเริ่มเข้าใกล้และเสียดสีกัน ทำให้เกิดอาการเจ็บเวลาเดินหรืองอเข่า จนเริ่มเดินขาโก่งโดยไม่รู้ตัว และในที่สุดก็กลายเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
ใครที่มีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม
- ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย เพราะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน้อยกว่า
- น้ำหนักตัวที่สูงขึ้น เกิดจากพฤติกรรมการกินที่มากเกินไป และขาดการออกกำลังกาย
- การสวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน
สัญญาณอันตรายของโรคข้อเข่าเสื่อม
  1. มีอาการเจ็บข้อเข่าเมื่อมีการเดิน หรือยืน เป็นเวลาติดต่อกันนาน 2-4 อาทิตย์
  2. เจ็บหัวเข่าเมื่อเดินขึ้นลงบันได
  3. ในระยะหลังๆ อาจมีอาการเจ็บแม้กระทั่งเดินธรรมดาปกติ
  4. เริ่มเดินขาโก่ง หรือขาแยกโดยไม่รู้ตัว
 เสียงดังกรอบแกรบลั่นออกมาจากข้อ อันตรายหรือไม่?
เสียงจากข้อต่อเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจากปลอกหุ้มข้อต่อขยายออกและแรงดันในข้อต่อลดลง จนก๊าซที่ละลายอยู่ในน้ำไขข้อมารวมตัวกันจนกลายเป็นก๊าซขนาดใหญ่ จากนั้นเมื่อปลอกหุ้มข้อต่อขยายออกไปอีก น้ำไขข้อไหลกลับเข้าสู่ข้ออีกครั้ง ฟองก๊าซนั้นก็ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว จนเป็นเสียงดังในข้อขึ้นมา
นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการขยับกระดูกบริเวณข้อต่ออย่างต่อเนื่อง เป็นการกระทบ หรือเสียดสีกันระหว่างกระดูกอ่อน เส้นเอ็น และส่วนอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง
แต่หากเป็นเสียงของกระดูกอ่อนที่เชื่อมต่อข้อต่างๆ เสื่อมสภาพลง จนเกิดเป็นอาการอักเสบขึ้นมา เมื่อนั้นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน
 วิธีหลีกเลี่ยงการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
  1. บริหารกล้ามเนื้อรอบหัวเข่าอยู่เสมอ โดยนั่งเหยียดและกระดกปลายเท้าโดยไม่งอเข่า และสามารถออกกำลังกายบริหาร โดยใช้ท่าหมุนหัวเข่า หมุนไปกลับ 3 เช็ต เช็ตละ 20 ครั้ง หรืออาจเป็นท่าอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้
  2. หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ หรือหลายขั้นๆ มากเกินไป
  3. ควบคุมน้ำหนักของร่างกายไม่ให้มากเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
  4. หากมีอาการปวดหัวเข่ามากๆ จนทนไม่ไหว สามารถเลือกทานยาแก้อักเสบของข้อเข่าได้ แต่ควรทานเมื่อจำเป็นเท่านั้น
  5. หลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ต้องงอเข่ามากๆ เช่น การนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งคุกเข่านานๆ

ขอขอบคุณ
0

author เก้าอี้มหัศจรรย์หรือแท่นยืนเพื่อสุขภาพ ยืดเส้น ปวดหลัง ปวดขา

Add Friend กดทัก แท่นยืนเพื่อสุขภาพ