แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวดหลัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวดหลัง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2562


หนุ่มสาววัยทำงานเกือบทุกคนคงต้องเคยเผชิญ กับการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เช่นปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก หรือหลัง ถ้าอาการดังกล่าวสามารถหายได้ภายใน 2-3 วัน เมื่อพักผ่อน ทายา หรือทานยา อาการปวดดังกล่าว ก็ไม่เป็นปัญหา
แต่ถ้าอาการปวดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มความรุนแรงและความถี่ขึ้นเรื่อยๆ ให้สงสัยได้เลยว่าคุณได้มีอาการ ของ ”โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง หรือ Myofascial Pain Syndrome” แล้ว ซึ่งหากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา ให้ถูกวิธี จะทำให้มีอาการมากขึ้น จนเกิดโรคอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคปวดศีรษะเรื้อรัง โรคไมเกรน โรคความดัน โลหิตสูง อาการนอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง โครงสร้างร่างกายผิดปกติ เป็นต้น
ปัจจุบันมี ประชากรกว่าร้อยละ 30 มีปัญหาเรื่องโรคปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานในสำนักงาน ที่ต้องนั่งทำงานและใช้ คอมพิวเตอร์นานๆ โดยสาเหตุที่ทำให้มีการปวดมีอาการเรื้อรัง เกิดจากการหดเกร็ง สะสมของกล้ามเนื้อ จนเป็นก้อนเล็กๆ ขนาด 0.5-1 ซม. ที่เรียกว่า Trigger Point หรือจุดกดเจ็บ จำนวนมาก ซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อและเยื่อ พังพืด การเกิด Trigger Point ทำให้กล้ามเนื้อนั้นขาดเลือดและออกซิเจน เข้าไปเลี้ยง จนทำให้เกิดการอักเสบ และเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณที่มี Trigger Point โดยการอักเสบ ของ Trigger Point จะส่งอาการปวดไปที่กล้ามเนื้อบริเวณจุดรวมของ Trigger Point และบริเวณใกล้เคียง
การรักษาด้วย การทานยา ทายา การนวด หรือการใช้ความร้อน เพียงทำให้กล้ามเนื้อส่วนบนมีการ คลายตัว แต่ไม่สามารถสลายจุด Trigger Point ได้ ดังนั้นอาการปวดเพียงดีขึ้นชั่วคราว หลังจากนั้น 2-3 วัน ก็จะกลับมาปวดอีก เนื่องจากยังมีการอักเสบของจุด Trigger Point ภายในกล้ามเนื้อและเยื่อพังพืดยังมีอยู่
อาการที่แสดงออกเด่นชัดของโรคกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง คือ
มีอาการปวดร้าวลึกๆ ของกล้ามเนื้อ ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยอาจปวดตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะเวลาทำงาน
ความรุนแรงของการปวด มีได้ตั้งแต่แค่เมื่อยล้าพอรำคาญ จนไปถึงปวดทรมานจนไม่ สามารถขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้
บางกรณีมีอาการชา มือและขาร่วมด้วย บางรายมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง อาการนอนไม่หลับ
มีอาการผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย เช่นไหล่สูงต่ำไม่เท่ากัน หลังงอ คอตก ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง คือ
ท่านั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม
ลักษณะงานที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวต่อเนื่องนานๆ เช่นการใช้คอมพิวเตอร์
การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซ้ำๆ
การทำงานที่มีการใช้กล้ามเนื้อท่าเดียวกันซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง
การทำงานของกล้ามเนื้อมากเกินไป ขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ
การขาดดูแลและการบริหารกล้ามเนื้อ
ในปัจจุบัน การรักษาโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง หรือ MPS สามารถรักษาได ้ โดยวิธีการรักษา ที่เรียกว่า “Trigger Point Therapy” ซึ่งใช้การรักษาเพียงอาทิตย์ละครั้ง ประมาณ 4-6 ครั้ง ก็สามารถทำให้อาการปวดเรื้อรังที่รบกวนอยู่ทุกวันหายได้
หลักในการรักษาแบบ Trigger Point Therapy คือ
ลดอาการปวดที่เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ รักษาที่สาเหตุของการปวดแบบเรื้อรัง โดยการสลาย Trigger Point
ป้องกันการกลับมาของ Trigger Point โดยการให้ความรู้ในการทำงานที่ถูกต้อง และการดูแลกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี
การรักษาแบบ Trigger Point Therapy แบ่งการรักษาออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
การสอบถามประวัติการปวด และตรวจหาจุด Trigger Point ที่ซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อและเยื่อพังพืด
การทำให้กล้ามเนื้อส่วนบนเหนือ Trigger Point ที่มีการหดเกร็ง คลายตัวลงเพื่อลดอาการปวด
เมื่อ การเกร็งคลายลง แพทย์จะใช้การกดจุด กดไปที่จุด Trigger Point ที่อยู่ในบริเวณที่ปวด เพื่อทำให้เกิดการคลายตัว และเพื่อนำเลือดและออกซิเจน ไปที่จุด Trigger Point เพื่อลดการอักเสบ
หลังการรักษา 4-6 ครั้ง จุด Trigger Point จะคลายตัวลง เป็นกล้ามเนื้อปกติ จนไม่สามารถใช้มือตรวจเจอได้ จะทำให้วัฐจักรการปวดสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง กลับมาเป็นอีก ผู้ป่วยต้องดูแลและบริหาร กล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และมาพบแพทย์อายุรเวทเพื่อตรวจสภาพกล้ามเนื้อ ปีละครั้ง ก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
0

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561


แท่นยืนเพื่อสุขภาพ แท่นยืนคลายเส้นหรือเก้าอี้มหัศจรรย์ สำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ แก้อาการได้ด้วยตัวเอง ออกกำลังกายทุก ๆ เช้า เย็น เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ด้วยแท่นยืนสุขภาพคลายเส้น ทำวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น ครั้งละ 10 นาที ช่วยการไหลเวียนของเลือด แก้ปวดเมื่อย มีวิธีแนะนำใช้แท่นยืนคลายเส้นง่าย ๆ เพื่อดูแลสุขภาพเบื้องต้นด้วยตัวเอง
✔️ บรรเทาอาการปวดหลัง
✔️ ปวดเอว คอ บ่า และไหล่
✔️ ช่วยยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากหินปูนและพังผืด
✔️ คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อขา
✔️ คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหลัง
✔️ ทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นดีขึ้น
✔️ การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
✔️ การปวดเกร็งของเส้นเอ็น
✔️ กล้ามเนื้อยืดเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้า ข้อพับหัวเข่า สะโพกด้านหลังและส่วนที่ต่อกัน
น้ำหนัก5 กิโลกรัม
ราคา 680 บาท
จัดส่งฟรีทั่วประเทศ
## สอบถาม / สั่งซื้อ ##
▶️ทักกด https://line.me/R/ti/p/%40ksm0064p
▶️Inbox : http://m.me/healthyforlifeall  
▶️เว็ปไซต์ https://healthyforlifeall.blogspot.com
▶️วีดิโอการใช้ : https://www.youtube.com/channel/UCN7B8B68u1GS7uBJfR6-VeQ


0

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561


แท่นยืนคลายเส้นเพื่อสุขภาพ เก้าอี้มหัศจรรย์ บรรเทาอาการปวดขา ปวดฝ่าเท้า ปวดหลัง ปวดเอว คอ บ่า และไหล่ ช่วยยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากหินปูนและพังผืด คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อขารวมถึงกล้ามเนื้อหลังทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น การปวดเกร็งของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อยืดเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้า ข้อพับหัวเข่า สะโพกด้านหลังและส่วนที่ต่อกัน
คุณสมบัติ
- แป้นยืนกายภาพ แท่นยืนคลายเส้น ยืดเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้า ข้อพับหัวเข่า สะโพกด้านหลังและส่วนที่ต่อกัน
- ช่วยยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากหินปูนและพังผืด และคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อขารวมถึงกล้ามเนื้อหลัง
- ทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น การปวดเกร็งของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ รวมถึงเส้นเลือดขอดจะบรรเทาลงได้ การเคลื่อนไหวและการดำเนินชีวิตของผู้ใช้งานในอิริยาบทต่างๆจะดีขึ้นตามมา
- แท่นยืนยืดคลายเส้นเอ็น สามารถปรับได้ถึง 2 ระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยืดคลายเส้น
- สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 120 Kg.
- แท่นยืนคลายเส้นพับเก็บได้เพื่อประหยัดพื้นที่
- ทำในช่วงเวลาก่อนนอนและหลังตื่นนอนซึ่งเป็นช­่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพียงครั้งละ 5-15 นาที ในช่วงแรกๆจะรู้สึกปวดตึงที่น่อง แต่หากทำไปสักระยะ เส้นสายภายในร่างกายจะเริ่มผ่อนคลาย สบายตัว
- แท่นยืนยืดคลายเส้นเอ็น แป้นยืนกายภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยยืดเส้นยืดสายทำให้ช่วยบรรเทาอาการปว­ดเข่า ปวดน่อง ปวดหลัง ปวดคอ
- ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาตและลดการเป็นตะคริว เหน็บชา เมื่อใช้เป็นประจำจะทำให้อาการปวดเมื่อยหายไป
- เลือดลมไหลเวียนสะดวก ทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นจะถูกยืดคลายพร้อมที­่จะรองรับการทำงาน สบายตัวตลอดทั้งวัน
จัดส่งฟรีทั่วประเทศ 
ราคา 680 บาท

0

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

มาออกกำลังกายกันดีกว่า ท่าง่าย ๆ  เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการบริหารร่างกาย  เพื่อลดอาการปวดเมื่อย  เส้นตึง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดแขน ปวดขา มาดูว่ามีท่าอะไรบ้าง


ท่าที่ 1 เหยียดคอ
1. เอียงศีรษะลงด้านซ้าย หรือด้านขวาก่อน พยายามให้ใบหูใกล้หัวไหล่มากที่สุด
ขาว : ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ซ้าย : ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
2. ก้มศีรษะพยายามให้คางจรดหน้าอก ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง


ท่าที่ 2 ยกแขน ยกแขนขึ้นด้านข้างเหนือศีรษะ หยุดประมาณ 2 วินาที แล้วดึงมือกลับวางบนที่วางแขน ขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง ซ้าย: ทำซ้ำ 10 ครั้ง ทำ 2 ข้างพร้อมกัน ทำซ้ำ 10 ครั้ง


ท่าที่ 3 กรรเชียง
นั่งตัวตรง เหยียดแขนซ้ายตรงไปข้างหน้า จากนั้นงอข้อศอก ดึงแขนกลับมาอยู่ข้างลำตัว
แขนขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง
แขนซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ทำสองแขนพร้อมกัน : ทำซ้ำ 10 ครั้ง


ท่าที่ 4 เหยียดหลัง นั่งแยกเข่า เอามือวางที่ด้านข้างทั้งสองของหัวเข่า จากนั้นค่อย ๆ เลื่อนมือลงไปจนถึงข้อเท้า แล้วเลื่อนกลับพร้อมยกลำตัวขึ้นตั้งตรง เข่าซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง เข่าขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง


ท่าที่ 5 เหยียดข้อเท้า กระดกข้อเท้าขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จากนั้นจิกปลายเท้าลงให้มากที่สุด ทำซ้ำๆ 20 ครั้ง หมุนข้อเท้าตาเข็มนาฬิกา 20 ครั้ง หมุนข้อเท้าทวนเข็มนาฬิกา 20 ครั้ง จะทำทีละข้างหรือสองข้างตามใจชอบ

ท่าที่ 6 เหยียดเข่า เหยียดเข่าขึ้นมาให้ตรง หยุดและเกร็ง แล้วดึงเท้ากลับวางบนพื้น ขวา: ทำซ้ำ 10 ครั้ง ซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 7 เตะเท้า เตะเท้าขึ้นลงโดยการเกร็งและงอเข่า ขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง ซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 8 นั่งสวนสนาม ยกเข่าขึ้นลงสลับกัน พยายามยกเข่าให้สูง ทำซ้ำ 10 - 15 ครั้

ท่าที่ 9 เหยียดน่อง มือสองข้างจับขอบโต๊ะหรือพนักเก้าอี้ ก้าวเท้าซ้ายถอยไปข้างหลัง 1 ก้าวยาว ให้เข่าซ้ายเหยียดตรงปลายเท้าตรงไปข้างหน้า ค่อย ๆ โน้มตัวไปข้างหน้า งอเข่าขวา พยายามให้ส้นเท้าซ้ายติดพื้นตลอดเวลา ขาขวา : ค้างไว้ 30 วินาที ทำซ้ำ 4 ครั้ง ขาซ้าย : ค้างไว้ 30 วินาที ทำซ้ำ 4 ครั้ง
ท่าที่ 10 เขย่งปลายเท้าสลับยืนบนส้น ยืนตัวตรง แยกเท้า 2 ข้าง มือข้างหนึ่งจับพนักเก้าอี้เพื่อช่วยพยุง ยืนเขย่งปลายเท้าค้างไว้เล็กน้อย แล้วลงกับที่เดิม จากนั้นยกปลายเท้าขึ้น ยืนบนส้น หยุดค้าง แล้วกลับที่เดิม ทำสลับกัน 10 ครั้ง

ท่าที่ 11 เหวี่ยงขาออกข้าง ยืนตัวตรงจับพนักเก้าอี้ ยกขาซ้ายออกไปด้านข้าง ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า เข่าเหยียด เอวตั้งตรงไม่เอียง ขาขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง ขาซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 12 ย่อเข่า ยืนจับพนักเก้าอี้ งอ (ย่อ) เข่าทั้งสองข้างลงในท่านั่งสบาย ให้หลังและศีรษะตั้งตรง โดยอยู่หลังปลายเท้า เหยียดเข่ายืนขึ้นสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 13 งอและเหยียดสะโพก ยืนจับพนักเก้าอี้ งอเข่าซ้ายยกขึ้นมาให้ใกล้หน้าอก พยายามอย่าให้ลำตัวงอ หย่อนขาซ้ายลง แล้วเหวี่ยงไปด้านหลัง ให้เข่าเหยียดตรง ดึงขากลับสู่ท่าเริ่มต้น ขาขวา : ทำซ้ำ 10 ครั้ง ขาซ้าย : ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 14 โยกลำตัว ยืนแยกเท้ากว้างพอประมาณ โยกหรือเอียงลำตัวไปด้านขวา แล้วกลับมาด้านซ้าย สลับไปมาพยายามยืนให้ตรงที่สุดเท่าที่ทำได้ ทำซ้ำ 10 ครั้ง



ขอบคุณข้อมูล
นายแพทย์สมชาย ลี่ทองอิน
ผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข










0

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561


แท่นยืนหรือเก้าอี้มหัศจรรย์ แท่นเก้าอี้ยืนยืดเส้น คลายปวดเมื่อย มี 2 ระดับปรับได้ บริหารได้หลายท่าคลายเส้นตึง

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยPBS




0

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561




1. สมุนไพรและเครื่องเทศบางชนิ
เช่น ขิงและขมิ้นอาจมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยลดอาการปวดหรือติดแข็งบริเวณข้อต่อกระดูก แต่ขิงอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาวาร์ฟาริน หรืออาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย และแสบร้อนกลางอกได้ ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนการบริโภคเสมอ


 2. กรดไขมันโอเมก้า 3
อาจช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวดข้อต่อกระดูก และลดอาการติดแข็งบริเวณข้อในตอนเช้า โดยอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาซาดีน ปลาทูน่า และปลาแซลมอน


 3. เบตาแคโรทีน
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยขจัดสารอนุมูลอิสระที่อาจมีส่วนทำลายข้อต่อกระดูกต่าง ๆ โดยอาหารที่มีเบตาแคโรทีนสูง ได้แก่ แครอท แคนตาลูป ใบสะระแหน่ ผักปวยเล้ง และหน่อไม้ฝรั่ง


4. วิตามินซี
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงเอ็นข้อต่อ ผู้ป่วยข้ออักเสบควรบริโภควิตามินซีประมาณ 90 มิลลิกรัม/วันในเพศชาย และประมาณ 75 มิลลิกรัม/วันในเพศหญิง ตัวอย่างอาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ ส้ม สับปะรด ฝรั่ง บรอกโคลี มะเขือเทศ มะละกอสุก กะหล่ำปลี และดอกกะหล่ำ เป็นต้น


5. สารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid)
เช่น เควอซิทิน (Quercetin) และแอนโทไซยานิดิน (Anthocyanidins) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบคล้ายยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟน โดยอาหารที่มีไบโอฟลาโวนอยด์ ได้แก่ เชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ชาเขียว หัวหอม และมะเขือเทศ


6. น้ำมันมะกอก
อาจนำมาใช้ทดแทนไขมันชนิดอื่น ๆ เช่น น้ำมันจากเนย เพราะน้ำมันมะกอกปริมาณ 3.5 ช้อนโต๊ะ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ใกล้เคียงกับยาไอบูโพรเฟน 200 มิลลิกรัม หรือยาในกลุ่ม NSAIDs ได้ แต่ขณะเดียวกัน น้ำมันชนิดนี้ก็ให้พลังงานสูงถึง 400 แคลอรี่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเพิ่มน้ำหนักตัวได้ ผู้ป่วยจึงควรบริโภคน้ำมันมะกอกในปริมาณที่พอดี


7. วิตามินดี
ช่วยดูดซึมแคลเซียมและเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินได้ทางผิวหนังจากการรับแสงแดด โดยควรรับแสงแดดอ่อน ๆ แต่ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดจ้า หรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานานเกินไป นอกจากนี้ สามารถรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูงได้จากอาหารจำพวกนม ไข่ ปลาซาดีน และอาหารทะเล



0

author เก้าอี้มหัศจรรย์หรือแท่นยืนเพื่อสุขภาพ ยืดเส้น ปวดหลัง ปวดขา

Add Friend กดทัก แท่นยืนเพื่อสุขภาพ